Technology

Technology
  •  เทคโนโลยี 4.0 (ปัจจุบัน)



ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ก้าวกระโดดสู่ไทยแลนด์ 4.0

    
Thailand 4.0 เป็นเรื่องของการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยในยุค 1.0 เป็นยุคเกษตรกรรม จากนั้นกลายเป็นยุค 2.0 ที่มีการนำเครื่องจักรเข้ามาช่วยงานหรือเป็นยุคของอุตสาหกรรมเบา ในขณะที่ยุค 3.0 เป็นยุคอุตสาหกรรมหนักและมีการลงทุนจากต่างชาติ อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจในยุค 3.0 ยังมีความเปราะบางต่อสถานการณ์โลก และประเทศไทยยังไม่สามารถก้าวข้ามความเป็นประเทศรายได้ปานกลางได้ ดังนั้นจึงนำมาสู่ Thailand 4.0 ที่เน้นที่การแก้ปัญหาให้ประเทศหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง เราจึงต้องพัฒนาโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ที่เรียกว่า New Economy Model มีการใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่ประชาชนสามารถสร้างรายได้ได้ด้วยตนเอง ต้องมีการปฏิรูปทั้งโครงสร้างในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น ภาคธุรกิจ การเกษตร การศึกษา และแรงงาน จากระบบเศรษฐกิจที่เน้นการผลิตโดยใช้แรงงาน เครื่องจักรและทรัพยากร เปลี่ยนมาเป็นการผลิตบนฐานความรู้และเทคโนโลยี  โดยมีการดึงสถาบันวิจัยระดับโลกเข้ามาตั้งในประเทศไทย และมีความ
ร่วมมือระหว่างรัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และสถาบันการเงิน ให้มากขึ้นที่เรียกว่าประชารัฐ โดยมีเป้าหมายให้เกิดผลสัมฤทธิ์ภายใน 3-5 ปี
ในการสร้างโมเดล Thailand 4.0 หรือ "ประเทศไทย 4.0" หรือ "ไทยแลนด์ 4.0" ที่เป็น Value-based Economy นั้น ต้องการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการผลิต เน้นการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ 5 อุตสาหกรรมหลักได้แก่

  1. Food, Agriculture & Bio-tech
  2. Health, Wellness & Bio-Medical
  3. Smart Devices, Robotics & electronics
  4. Digital & Embedded Technology
  5. Creative, Culture & High Value Service


ส่วน Industry 4.0 มีจุดเริ่มต้นมาจากประเทศเยอมันนี ที่ต้องการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของโลก โดยนำสถาบันการศึกษา นโยบายรัฐ สถาบันวิจัย และอุตสาหกรรมมาร่วมมือกันอย่างเป็นระบบ ในอันที่จะทำให้เทคโนโลยีการผลิตในประเทศสามารถทำได้อย่างอัตโนมัติและมีการแลกเปลี่ยนข้อมูล โดยผ่าน cyber-physical system (CPS), Internet of Things (IoT) และ Cloud Computing เช่น ในการสร้าง Smart Factory ที่ติดตั้ง sensor ในส่วนต่าง ๆ ของโรงงานแล้วนำไปแสดงผลให้มนุษย์เข้าใจและสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว หรือใช้ระบบคอมพิวเตอร์แบบเวลาจริงตัดสินใจอย่างชาญฉลาดอัตโนมัติ โดยใช้แรงงานมนุษย์ให้น้อยที่สุด


ตัวเลข 4 ในคำว่า Industry 4.0 มาจากการปฏิวัติอุตสาหกรรม โดยยุคที่ 1 เกิดเครื่องจักรไอน้ำ ในยุคที่ 2 มีการนำไฟฟ้า มอเตอร์ และสายพานมาใช้ ส่วนในยุคที่ 3 เป็นยุคของอิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้เกิดการผลิตแบบอัตโนมัติเกิดขึ้น ส่วนในยุคที่ 4 จะเน้นที่ cyber-physical systems (CPS) คือนำข้อมูลทุกอย่างจาก sensor ไปไว้บน digital platform และเชื่อมโยงข้อมูลเข้าด้วยกันด้วย IoT กลายเป็น Smart Factory ที่สามารถแสดงสถานะแบบเวลาจริงได้ทุกที่ทุกเวลาผ่าน Cloud ซึ่งจะทำให้เกิด Mass Customization ทำให้โรงงานสามารถผลิตสินค้าที่ customized ตามความต้องการของลูกค้าได้อย่างง่ายดาย


เมื่อไม่นานนี้ นายกสภาอุตสาหกรรมได้ระบุว่า Industry 4.0 สามารถแก้ปัญหาอุตสาหกรรมในประเทศไทยได้ ได้แก่ ปัญหาขาดแคลนแรงงาน โดย Industry 4.0 ทำให้คนทำงานได้อย่างมี Productivity สูงขึ้น จึงใช้จำนวนคนน้อยลง ส่วนปัญหาการแข่งขันในตลาดสูง ก็จะทำให้มี Market Share ต่ำลง Industry 4.0 สามารถทำให้องค์การนำหน้าการแข่งขันในตลาดได้ เนื่องจากมีข้อมูลแบบเวลาจริงตลอดเวลา ทำให้ตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว ด้านปัญหาต้นทุนการผลิตสูง Industry 4.0 ก็จะช่วยลดต้นทุนในระยะยาวเนื่องจากทำให้การผลิตเกิดประสิทธิภาพ ส่วนปัญหาสินค้าที่ผลิตขึ้นไม่น่าตื่นเต้น Industry 4.0 ก็สามารถผลิตสินค้าที่ customized ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว และสุดท้าย ปัญหากำไรน้อย  เมื่อ Industry 4.0 สามารถช่วยสร้างสินค้าที่ตรงกับความต้องการลูกค้า ดังนั้นผู้ผลิตจึงสามารถขายสินค้าได้ในราคาที่สูงขึ้น

ส่วน 4.0 คำสุดท้ายที่ขอเสนอในบทความนี้ คือคำว่า Education 4.0 เกิดขึ้นจาก คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เปิดตัวการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า "การศึกษาระบบ Chula Engineering Education 4.0" อย่างเป็นทางการไปเมื่อปี 2557 ในช่วงที่ ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ ดำรงตำแหน่งคณบดี เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียนไปสู่นักสร้างนวัตกรรม
การศึกษาระบบ 1.0 เป็นการศึกษาที่เน้นการบรรยายและการจดจำความรู้ ส่วนการศึกษาระบบ 2.0 เป็นการศึกษาที่ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นสื่อกลาง การศึกษาระบบ 3.0 เป็นการศึกษาในปัจจุบันที่เป็นสังคมแห่งความรู้ ผู้เรียนต้องมีทักษะในการเรียนรู้ในแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย ทำงานสร้างสรรค์ที่ไม่ซ้ำเดิม รวมถึงสามารถทำงานเป็นทีมได้ ในขณะที่การศึกษาระบบ 4.0 เป็นการศึกษาสู่อนาคต ที่เน้นการผลิตคนไปสร้างสรรค์นวัตกรรม
ดังนั้น คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงได้พัฒนารูปแบบการเรียนรู้โดยผ่านกระบวนการศาสตร์การคิดเชิงออกแบบ หรือ Design Thinking กลายเป็นการศึกษาระบบ 4.0 ขึ้นมา โดยมีการริเริ่มรายวิชา Creative Design for Community ซึ่งผู้เรียนจะได้พัฒนาโครงงานจริงไปแก้ปัญหาให้กับองค์การจริง และมีผู้เชี่ยวชาญด้าน Design Thinking มาร่วมสอนและให้คำแนะนำ นอกจากนี้ ยังนำเอาแนวคิดแบบ CDIO (Conceive-Design-Implement-Operate) เข้ามาใช้เป็นกรอบงานในกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นโครงงานเป็นฐาน โดยได้สร้างห้องเรียนแบบ Smart Classroom ที่เรียกว่า i-SCALE ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนได้สะดวก และกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน และได้สร้างศูนย์ i-Design Workspace ขึ้น เพื่อให้ผู้เรียนได้ทดลองแนวคิดนวัตกรรมใหม่ๆ ในรูปแบบ Engineering Playground ที่ผู้เรียนสามารถสร้าง Prototyping ของนวัตกรรมของตนเองได้


ในปี 2559 นี้ ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ ได้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็จะนำแนวคิดนี้ไปดำเนินการในคณะอื่นๆ ด้วย โดยจะเน้นการสร้างนวัตกรรมใน 4 ธีมหลัก ได้แก่ (1)Aging Society, (2)Food, Energy and Water, (3) Robotic and Digital Tech และ (4) Smart City and Inclusive Community นอกจากนี้ จะจัดสร้าง Siam Innovative District ในบริเวณสยามสแคร์ โดยตั้งใจให้เป็น Innovative Hub สำหรับบริษัท Startup รุ่นใหม่ที่ต้องการเงินทุน โครงสร้าง และการฝึกอบรมบ่มเพาะ เพื่อนำจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไปสู่เป้าหมายการเป็น World Class National Innovation University


ถึงแม้ว่า 4.0 ทั้ง 3 คำนี้ จะมีความหมายและที่มาแตกต่างกัน แต่ทั้งสามคำก็มุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน คือการพัฒนาประเทศให้หลุดพ้นจากกับดับรายได้ปานกลาง โดยนำเอาเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาเป็นแกนหลักในการส่งเสริมการพัฒนาประเทศอย่างเป็นองค์รวม จะประสบความสำเร็จได้ก็ต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา รวมถึงภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และการบริการด้วยเช่นกัน

    -----------------------------------------------------------

      เทคโนโลยีที่ล้าสมัย







เครื่องวิทยุ AM /FN

ถึงปัจจุบันเราจะสามารถฟังวิทยุผ่านมือถือกันได้เเล้ว เเต่ทั้งในรถยนต์หรือร้านอาหารข้างทางธรรมดาๆ ก็ใช้วิทยุกันทั้งนั้นนะครับ เพราะบางทีเปิดมือถือมานั้นส่วนใหญ่ก็กดเกมเล่นกันไม่ก็อ่านเฟสบุ๊คทำให้วิทยุเหล่านี้ก็ยังขายได้อยู่ดีถึงจะน้อยก็ตาม






สายเเจ็คเสียง 3.5mm
สายหูฟังที่ใช้กันมาอย่างยาวนานที่ไม่มีท่าทีว่าจะหายไปง่ายๆ ถึงเเม้ iphone 7 จะนำช่องนี้ออกก็ตามเเต่ก็ยังมีอุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้กันอยู่ทั่วบ้านทั่วเมืองอยู่ดี







ตลับเกมคลาสสิก
ตลับเกมที่ตอนเด็กๆ คนที่เคยเล่นน่าจะเคยหยิบเอามาเป่าก่อนเสียบเล่นกัน ที่ถึงปัจจุบันเครื่องเกมจะเปลี่ยนเป็นเเบบ blu-ray /Digital กันหมดเเล้ว เเต่ก็ยังมีกลุ่มคนที่ชอบของคลาสสิกเหล่านี้กันอยู่ที่คลาสสิกสุดๆ ขนาดยังใช้ตลับเล่นกันอยู่นั่นเอง






โทรทัศน์ CRT


เครื่องโทรทัศน์ใหญ่ๆ อ้วนๆ ที่พบเห็นกันได้ตามร้านอาหารข้างทางทั่วไป หรือบ้านบางคนที่มีคนเถ้าคนเเก่ที่มีเครื่องเเบบนี้มานานเเล้วที่ยังใช้ดูข่าวดูละครอยู่ทุกวัน ที่ถึงในตลาดจะมีเเต่ LCD,LED ขายกันหมดเเล้ว เเต่เครื่องเเบบนี้ก็ยังมีคนใช้กันอยู่ดี










กล้อง Digital
เเน่นอนว่ากล้องเเบบนี้นั้นปัจจุบันก็เเทบจะเเทนที่กล้องฟิล์มกันหมดเเล้ว เเต่ถ้าย้อนไปจุดกำเนิดนั้นก็เรียกได้ว่าเกือบ 20-30 ปีเเล้ว ซึ่งสิ่งที่ทำให้มันอยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ก็เพราะความสะดวกนั่นเองที่ทำให้มีการปรับปรุงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ถึงจะคิดค้นกันมานานเเล้วก็ยังใช้กันได้อยู่นั่นเอง








เครื่อง Fax 

สำนักงานปัจจุบันก็มีเครื่องเหล่านี้ใช้กันทั้งนั้น ส่งเอกสารไปมาระหว่างชั้นหรือตึกอาคารไม่ต้องไปส่งในเน็ตให้ยุ่งยาก










โทรศัพท์บ้าน

ในสำนักงานทั้งหลายรวมถึงบ้านเรือนทั่วไปเเน่นอนว่าโทรศัพท์เเบบนี้ก็ยังมีให้เห็นกันอยู่เเน่นอน





นาฬิกาข้อมือ
ถึงเเม้จะเป็นของที่มีมานานสมัยรุ่นพ่อของปู่เราๆ เเล้วก็ตามเเต่นาฬิกาข้อมือก็ไม่ได้หายตายจากไปไหน ถึงจะมีพวก Applewatch ที่พยายามจะมาเเทนที่ของตกยุคเเบบนี้ก็ตามเเต่ก็ยังมีคนใช้กันอยู่ดี







เเผ่นเสียง Vinly
ยุคปัจจุบันที่ .mp3 หาโหลดหาฟังกันได้ตามเน็ตเป็นเรื่องธรรมดาไปเเล้ว เเต่เเผ่นเสียงเหล่านี้ก็ยังมีขายอยู่ไม่ได้หายไปไหน ซึ่งว่ากันว่ามันเป็นความรู้สึกอีกเเบบที่ไฟล์ mp3 ให้ไม่ได้กันนั่นเอง บ้านใครมีเครื่องของพ่อเเม่ก็ลองเอามาฟังกันดูนะครับอาจจะชอบกันก็ได้





เเผ่น CD 



ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ แผ่นซีดีเเน่นอนว่ายุคสมัยนี้เเผ่น CD ดูจะใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ในหลายๆ อย่างเเล้ว เเต่บางทีอย่างเเผ่นเพลงหรือไฟล์งานส่งอาจารย์ก็ต้องใช้เเผ่น CD เหล่านี้อยู่ทำให้่มันไม่ได้หายไปจากตลาดโดยสมบูรณ์

แหล่งที่มา 
https://www.9experttraining.com/articles/thailand-4.0




ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ประวัติPYTHON